



กรมชลประทาน เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการอ่างเก็บน้ำคลองอีจ้อ เพื่อร่วมออกแบบอนาคตการบริหารจัดการน้ำที่ตอบโจทย์พื้นที่อย่างแท้จริงและมุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน
วันนี้ (17 กรกฎาคม 2569) ที่อาคารอเนกประสงค์ องค์การบริหารส่วนตำบลนาบ่อคำ จังหวัดกำแพงเพชร กรมชลประทาน โดย สำนักบริหารโครงการ จัดการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการอ่างเก็บน้ำคลองอีจ้อ เพื่อนำเสนอผลการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ ผลการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) รวมถึงมาตรการป้องกันและลดผลกระทบ พร้อมเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน องค์กรผู้ใช้น้ำ สื่อมวลชน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดข้อคิดเห็นและข้อห่วงกังวล พร้อมเสนอแนะแนวทางขับเคลื่อนโครงการ เพื่อให้ผลการศึกษามีความครอบคลุมทุกมิติ และสอดคล้องกับสภาพพื้นที่มากที่สุด โดยได้รับเกียรติจาก นายสกุลเพชร พิกุลประเสริฐ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธาน พร้อมด้วย นายปรัชญา ฉายวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านการวางแผน) นายวิวัฒน์ ฉัตรชัยสุริยา ผู้อำนวยการส่วนวางโครงการที่ 3 นายมานะชัย มั่นทอง ที่ปรึกษาสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 4 และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมปัจฉิมนิเทศในครั้งนี้
ผลการศึกษาพบว่า หากโครงการดังกล่าวได้รับการดำเนินการแล้วเสร็จ จะสามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ 3.42 ล้าน ลบ.ม. ครอบคลุมพื้นที่รับประโยชน์กว่า 5,193 ไร่ รวมถึงพื้นที่หมู่ที่ 9 อีกประมาณ 1,010 ไร่ ช่วยเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับการเกษตร การอุปโภคบริโภค และการผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน ตลอดจนช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัย เพิ่มความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
ที่ผ่านมา กรมชลประทานยึดหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นมาแล้ว 4 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมรวมกว่า 434 คน สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการร่วมคิด ร่วมเสนอ และร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาแหล่งน้ำบนพื้นฐานของข้อมูล ข้อเท็จจริง และประโยชน์ส่วนรวม ทั้งนี้ กรมชลประทาน ขอยืนยันว่าจะดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความโปร่งใส เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง และนำข้อคิดเห็นจากทุกภาคส่วนมาประกอบการพิจารณาปรับปรุงผลการศึกษา เพื่อให้การพัฒนาแหล่งน้ำเกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนากับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว