เลือกภาษาของคุณ

กรมชลฯ นำร่องเรือนวัตกรรมใหม่ กำจัดผักตบชวาคลองมหาสวัสดิ์

735483036 1435321301975803 3544825683027076402 n

738916335 1435321621975771 4925903268933575519 n

 

736441201 1435322441975689 7715618474251201814 n

736396820 1435322098642390 4597013974904353141 n

        กรมชลประทาน เดินหน้านำนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านเครื่องจักรกลมาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการวัชพืชทางน้ำ เปิดใช้งาน “เรือกำจัดวัชพืชชนิดตัดย่อยบรรจุใส่ถุงบิ๊กแบ็ค” เป็นครั้งแรกในพื้นที่คลองมหาสวัสดิ์ พื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานชลประทานที่ 11 เพื่อยกระดับการดูแลรักษาทางน้ำ ลดปัญหาการกีดขวางทางน้ำ และสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและภาคการเกษตร
 
นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน ให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรมมาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการวัชพืชทางน้ำและการดูแลรักษาทางน้ำในพื้นที่ชลประทาน โดยในวันนี้ (3 กรกฎาคม 2569) นายสิทธิพร พฤฒิพิบูลธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 11 พร้อมด้วย นายทวีวัฒน์ สืบสุขมั่นสกุล ผู้อำนวยการสำนักเครื่องจักรกล และเกษตรกรในพื้นที่ ร่วมติดตามการสาธิตการใช้งานเรือนวัตกรรมกำจัดผักตบชวา ณ คลองมหาสวัสดิ์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
สำหรับเรือกำจัดวัชพืชชนิดตัดย่อยบรรจุใส่ถุงบิ๊กแบ็ค ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการวัชพืชทางน้ำให้มีความรวดเร็วและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น โดยสามารถทำได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่การตัด เก็บ รวบรวม และขนย้ายวัชพืชขึ้นจากแหล่งน้ำภายในกระบวนการเดียว ช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่เดิมต้องอาศัยทั้งแรงงานและเครื่องจักรหลายประเภทในการปฏิบัติงาน ทำให้การกำจัดผักตบชวาเป็นไปอย่างคล่องตัว มีประสิทธิภาพ และลดโอกาสที่วัชพืชจะกลับไปสะสมหรือแพร่กระจายในแหล่งน้ำอีกครั้ง
 
นอกจากนี้ การกำจัดผักตบชวาและวัชพืชทางน้ำได้อย่างครบวงจร ยังช่วยลดการกีดขวางทางน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและการส่งน้ำเพื่อการเกษตร โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงช่วยฟื้นฟูสภาพแวดล้อมของลำน้ำและคลองต่าง ๆ ให้สามารถรองรับการใช้น้ำของประชาชนและเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
 
กรมชลประทานคาดหวังว่า การนำนวัตกรรมด้านเครื่องจักรกลมาใช้ในการบริหารจัดการวัชพืชทางน้ำในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ สู่การดูแลรักษาทางน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป